[SF] +:+ CONTRAST +:+ [YunJae]

posted on 05 May 2015 20:01 by daikun in SF-TVXQ directory Fiction, Asian
CONTRAST
Pairing: Yunho x Jaejoong | Genre: AU, POV, Fluff, High-School
Author: ~#DN_LoveR#~ | Note: ไม่ได้พรูฟ
 
 

 
 
 
 
“โหย คิมแจจุงห้อง 2-A สอบได้อันดับหนึ่งของระดับชั้นอีกแล้วว่ะ”
 
“นี่ขึ้นปีสองมาก็ไม่ยอมทิ้งตำแหน่งอีกแหะ”
 
“คนบ้าอะไร เก่งไปซะทุกอย่าง น่าอิจฉาชะมัด”
 
“เป็นประธานนักเรียน แถมยังเรียนเก่งแล้วก็หน้าตาดีอีก ฉันปลื้มเขาจัง”
 
 
ผมยืนกอดอกมองกระดานที่แปะประกาศผลการสอบกลางภาคของนักเรียนมัธยมปลายปีสองที่จัดอันดับทั้งระดับ ด้านหลังและด้านข้างผมเต็มไปด้วยกลุ่มนักเรียนรุ่นเดียวกันที่ยืนออแย่งกันดูผลกันอย่างตื่นเต้น เสียงพูดคุยและเสียงตะโกนดังตีกันไปทั่วทั้งชั้นเรียน มันมีทั้งเสียงโอดครวญอย่างเศร้าสร้อย ไปจนถึงเสียงร้องดีใจอย่างสุดกู่ และแน่นอน – คำพูดวิจารณ์ผมมากมายก็ลอยมาให้ผมได้ยินอย่างไม่มีใครคิดจะปิดบัง
 
ผมใช้นิ้วกลางดันแว่นสายตาให้เข้าที่ เพื่อนร่วมห้องและต่างห้องต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับผมกันยกใหญ่ และมีอีกหลายคนที่สาปแช่งผมไม่เลิก แต่ผมไม่สนใจพวกคนห่วยแตกพวกนั้นหรอกนะ ถ้าอยากสอบได้อันดับหนึ่งเหมือนอย่างผมบ้าง ก็ควรจะเอาเวลาที่มาอิจฉาหรือสาปแช่งผมไปพัฒนาตัวเองเสียดีกว่า
 
ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลา 12.15 น. นั่นทำให้ผมตัดสินใจปลีกตัวออกจากสถานที่แออัดนี่เสียที งานในฐานะประธานนักเรียนที่ผมเริ่มทำมาได้ไม่กี่เดือนไม่ใช่งานง่ายๆ เลย อย่างล่าสุด มีสมาชิกคณะกรรมการนักเรียนเสนอให้มีความเข้มงวดในเรื่องของการแต่งกายมากขึ้น นักเรียนทุกคนควรจะแต่งกายถูกต้องตามระเบียบ ไม่มีการย้อมผม ไม่สวมเครื่องประดับ และอีกประเด็นสำคัญ – ห้ามให้นักเรียนสูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติด
 
มันเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกอยู่แทบทุกโรงเรียน การจะหาวิธีการหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการสอบเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้หลายสิบเท่า ซึ่งผมก็ยังคิดไม่ตกถึงประเด็นในเรื่องนี้
 
ผมเดินขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าของตึกเรียนนี้ และเผื่อว่าคุณจะยังไม่รู้ ความจริงแล้วนักเรียนไม่มีสิทธิที่จะขึ้นไปบริเวณชั้นดาดฟ้าได้ คนที่จะขึ้นไปได้มีเพียงอาจารย์หรือบุคลากรในโรงเรียนเท่านั้น ดังนั้น ประตูตรงชั้นดาดฟ้าจึงจะถูกล็อกเอาไว้เสมอ แต่ด้วยฐานะประธานนักเรียนและผลงานของผม ทั้งในด้านการเรียนและกิจกรรมที่ใครต่อใครต่างก็ชื่นชมกันไม่หยุดปาก โดยเฉพาะอาจารย์หลายท่านที่แทบจะยกให้ผมเป็นนักเรียนดีเด่นตั้งแต่สมัยผมเรียนอยู่มัธยมปลายปีหนึ่ง ผมจึงได้สิทธิพิเศษในการถือครองกุญแจชั้นดาดฟ้าเหมือนกับบุคลากรทั่วไป
 
‘แกร๊ก’
 
ผมเปิดประตูชั้นดาดฟ้า ลมเย็นลอยมาสัมผัสผิวกาย แดดวันนี้ไม่แรงนัก อากาศดีๆ แบบนี้ยิ่งชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจนต้องเผยรอยยิ้มเล็กๆ ออกมา ผมเดินไปหยุดอยู่ตรงรั้วกั้นสูง ทอดสายตาลงมองวิวเบื้องล่าง สนามหน้าโรงเรียนมีนักเรียนชายจับจองพื้นที่เหมือนอย่างเคย ทั้งเล่นฟุตบอล เบสบอล ซ้อมวิ่ง – มันเป็นภาพชินตาสำหรับทุกคนในโรงเรียน
 
ผมมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แม้ผมจะมองอยู่จากตรงดาดฟ้า แต่ผมก็เดาได้ว่านักเรียนที่อยู่ที่สนามทุกคนคงยิ้มร่าด้วยความสุข ได้เล่นกีฬากับเพื่อน ได้ทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยที่ไม่มีใครมาตีกรอบหรือห้ามทำในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเอง
 
ถ้าทำให้ทุกคนมีความสุขได้แบบนั้นตลอดก็คงดี
 
‘แกร๊ก’
 
 
“อ้าว? ประตูไม่ได้ล็อกเหรอเนี่ย?”
 
 
เสียงทุ้มของใครสักคนดังมาจากด้านหลัง ผมหันกลับไปมอง คนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นเด็กหนุ่มร่างสูง ใบหน้าเรียวเล็ก ไว้ผมซอยสั้นสีดำและมีรอยไถด้านข้าง เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมบนสองสามเม็ด ปล่อยชายเสื้อ คู่กับกางเกงขายาวและรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ – คิ้วผมกระตุกทันทีที่เห็นเจ้าหมอนี่เดินเข้ามาพร้อมผิวปากอย่างสบายใจ
 
เจ้านั่นปิดประตูลง เอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะหันมาเห็นผม แล้วคิ้วเข้มนั่นก็เลิกขึ้นด้วยความสงสัย
 
 
“นายเป็นใคร? ขึ้นมาที่นี่ได้ไงน่ะ?”
 
“ฉันต่างหากที่ควรจะถามว่านายเป็นใคร และขึ้นมาที่นี่ทำไม”
 
 
ผมถามย้อน เขาทำหน้าแปลกใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ดวงตาเรียวเล็กนั่นส่องประกายวิบวับดูน่าหมั่นไส้
 
 
“โอเค ฉันชื่อ ชองยุนโฮ ห้อง 2-D นี่เป็นที่ประจำของฉัน”
 
“ห้องตัวแสบเลยนี่”
 
“ก็แล้วแต่จะคิด แล้วนายล่ะ จะไม่ตอบคำถามฉันบ้างหรือไง?”
 
“คิมแจจุง ห้อง 2-A เป็นประธานนักเรียนปีนี้”
 
 
พอผมพูดจบ ร่างสูงๆ นั่นก็ทำหน้าทำตาเหมือนตกใจเสียเต็มประดา และผมขอยกให้เป็นการเสแสร้งที่น่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในชีวิตผมเลย
 
 
“โอ้โห ประธานนักเรียนมาตรวจตราถึงที่นี่เลยหรอ น่ากลัวจังเลยน้า”
 
“เหอะ แน่ใจเหรอว่านายกลัวคณะกรรมการนักเรียนน่ะ?”
 
“โถๆ ได้โปรดอย่าลงโทษผมเลยนะครับคุณประธานนักเรียน”
 
“เหอะ!”
 
 
เจ้าบ้านี่ยกมือไหว้อ้อนวอนผมด้วยสีหน้าที่ไม่จริงใจเลยสักนิด ผมแค่นหัวเราะ ก่อนจะมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง สิ่งที่ผมสังเกตเห็นมันทำให้ผมต้องสูดหายใจเข้าออกลึกๆ ถ้าจะให้แจงรายละเอียดเป็นข้อๆ ก็คงจะมีปัญหาอยู่ 3 ข้อใหญ่ๆ
 
1. ไอ้เจ้าบ้าชองยุนโฮดันขึ้นมาที่ดาดฟ้า ซึ่งเป็นบริเวณที่นักเรียนห้ามใช้
 
2. ไอ้เจ้าบ้าชองยุนโฮแต่งกายผิดระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า
 
และ 3. ……
 
 
“ทำไมนายถึงขึ้นมาที่นี่ นักเรียนห้ามขึ้นมาที่ดาดฟ้า นายก็น่าจะรู้ไม่ใช่รึไง”
 
“แต่คุณประธานนักเรียนก็ขึ้นมาที่ดาดฟ้าเหมือนกันนี่”
 
“ฉันได้สิทธิพิเศษหรอก ชองยุนโฮ ถ้าให้ฉันเดา อย่าบอกนะว่านายสะเดาะกลอนประตูที่นี่เป็นประจำ”
 
“เจ๋งเป้ง! เก่งสมกับเป็นประธานนักเรียนจริงๆ”
 
“นายรู้ไหมว่านายกำลังทำให้ฉันเครียดกว่าเดิมมากขนาดไหน”
 
“เครียดงั้นเหรอ? งั้นเอานี่ไปหน่อยไหม รับรองว่านายจะหายเครียดเป็นปลิดทิ้งแน่ๆ”
 
 
เจ้าหมอนั่นยื่นอะไรสักอย่างมาให้ผม และทันทีที่ผมมองเห็นซองสีขาวในมือใหญ่ๆ ของมัน ผมรู้สึกได้เลยว่าเส้นเลือดตรงขมับผมเต้นรุนแรงมากขนาดไหน
 
และ 3. ไอ้เจ้าบ้าชองยุนโฮมันกล้าชวนผมสูบบุหรี่อย่างหน้าด้านๆ
 
 
“ชองยุนโฮ! นาย!!!”
 
“อ้าว ไม่อยากได้หรอ ฮะๆๆ!!”
 
 
ผมยื่นมือจะไปแย่งซองบุหรี่จากคนตรงหน้า แต่หมอนั่นกลับไวกว่า มันเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะหยิบบุหรี่มวนหนึ่งออกมาคาบไว้ และจัดการหยิบไฟแช็คขึ้นจุดไฟ ควันสีเทาลอยออกมาจากปลายแท่งสีขาว ยุนโฮสูดหายใจลึก ก่อนจะพ่นควันสีหม่นออกมาให้ลอยคว้างไปในอากาศ 
 
ผมเบ้ปากใส่อีกฝ่าย แต่เจ้าบ้านั่นกลับทำเพียงแค่ยืนพักขานิ่งๆ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ส่วนมืออีกข้างคีบมวนบุหรี่ไว้ ริมฝีปากหยักพ่นควันออกมาอีกครั้ง ดวงตาเรียวเล็กที่เป็นประกายวิบวับในคราแรกเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย ยุนโฮเหม่อมองวิวเรื่อยเปื่อยอยู่อึดใจ ก่อนจะหันมาสบตากับผมที่ยืนมองเขาไม่ละสายตาอีกครั้ง
 
เขากระตุกยิ้ม รอยยิ้มที่ผมอ่านไม่ออก น่าหงุดหงิดชะมัด
 
 
“บอกตามตรง ฉันเกลียดพวกคณะกรรมการนักเรียนเข้าไส้”
 
“ฉันก็ไม่ได้ชอบคนอย่างนายเหมือนกันนั่นแหละ”
 
“หึ แล้วไง นายมาเจอฉันในสภาพแบบนี้ อยากจะสั่งห้ามอะไรกับฉันบ้างไหม?”
 
“ถ้าให้บอกทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้าของนาย ฉันอาจจะต้องใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมง”
 
“โอ้โห ใส่ใจในรายละเอียดจริงๆ”
 
 
เขาหัวเราะในลำคอ ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างเรา บรรยากาศตึงเครียดเริ่มโอบล้อมไปทั่วทั้งดาดฟ้า
 
ผมมองชองยุนโฮที่ยืนสูบบุหรี่นิ่งๆ เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพ่นควันสีขุ่นให้ล่องลอยไป ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าสันกรามและแนวจมูกเขาเด่นชัดขนาดไหน 
 
เป็นอีกครั้งที่ดวงตาเรียวเล็กนั่นสบตากับผมนิ่ง คล้ายว่าจะจ้องลึกเข้ามาให้ถึงความคิดของผม และจู่ๆ ผมก็เผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
 
อาจเป็นเพราะกลิ่นบุหรี่ที่ทำให้ผมเป็นแบบนั้น
 
 
“ที่จริงฉันก็อยากจะสั่งห้ามนาย ห้ามแต่งกายผิดระเบียบ ห้ามใส่เครื่องประดับ ห้ามปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง ห้าม—”
 
“อย่าทำตัวขี้บ่นน่า”
 
“และที่สำคัญ ห้ามสูบบุหรี่ และห้ามชวนคนอื่นสูบบุหรี่เหมือนอย่างที่นายชวนฉันก่อนหน้านี้ด้วย”
 
“มีของดีก็ต้องแบ่งปันกันซี่”
 
“ชองยุนโฮ นายนี่มัน...แต่เอาเถอะ ครั้งนี้ฉันจะปล่อยนายไปก่อน”
 
“หืม?”
 
 
ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่ใช่ว่าผมจะละเลยหน้าที่การดูแลนักเรียนคนอื่นๆ แต่ผมคิดว่า การเอาแต่สั่งห้ามแบบนี้ มันไม่น่าจะใช่วิธีการที่ดีในการจัดการนักเรียนที่เป็นอย่างชองยุนโฮได้ เพียงแต่ตอนนี้ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าจะยังมีหนทางอื่นที่ดีกว่าการสั่ง ห้าม ห้าม ห้าม อีกหรือไม่ 
 
ก็แค่ไม่อยากให้มีการแบ่งแยก – แค่อยากให้ทุกคนมีความสุขไปด้วยกัน
 
 
“จะไม่ลากฉันไปหาอาจารย์เหรอ?”
 
“จะให้ฉันลากนายไปหาอาจารย์เรื่องอะไรดีล่ะ เรื่องที่แอบขึ้นมาที่นี่ หรือเรื่องไหน”
 
“คุณประธานนักเรียนนี่ร้ายกาจจริงๆ”
 
“เลิกเรียกฉันแบบนั้นสักทีเหอะ!”
 
“ทำไมนายถึงปล่อยฉันไปง่ายๆ”
 
“ทำไมต้องอยากรู้เหตุผลด้วย”
 
“ก็แค่อยากรู้ บอกหน่อยไม่ได้รึไงกันเล่า”
 
 
ยุนโฮพ่นควันบุหรี่อีกครั้ง และนั่นทำให้ผมเผลอย่นจมูกใส่ ผมยกมือขึ้นปัดไล่กลิ่นอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะเอ่ยตอบคนช่างซักไซ้ตรงหน้า
 
 
“ถ้าเอาแต่สั่งห้ามนายแต่งตัวแบบนั้นแบบนี้ ฉันว่าวิธีนี้มันไม่น่าจะได้ผล”
 
“อา...”
 
“ฉันก็แค่อยากจะลองไปหาวิธีการจัดการนายที่ดีกว่านี้ วิธีที่ไม่ใช่เอาแต่สั่งห้าม เวลามีคนมาสั่งห้ามไม่ให้เราทำในสิ่งที่เราชอบหรือสิ่งที่เราเป็น ใครจะไปอยากทำตามกันล่ะ”
 
“......”
 
“ฉันคิดว่างั้นนะ แต่ฉันก็ยังคิดหาวิธีอื่นไม่ออก เอาเป็นว่า ตอนนี้ฉันขอห้ามนายแค่อย่างเดียวก่อนละกัน”
 
“หืม?”
 
“ฉันขอห้ามนายขึ้นมาบนดาดฟ้าอีก ถ้าอาจารย์มาเจอเข้า นายลำบากแน่”
 
 
ผมจ้องหน้าเรียวเล็กนิ่ง เช่นเดียวกันกับที่เขามองผม 
 
มวนบุหรี่ใกล้หมดลง ยุนโฮทิ้งบุหรี่ในมือลง ก่อนจะใช้ส้นเท้าขยี้ที่ปลายของมัน เขาพ่นควันบุหรี่ครั้งสุดท้าย ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเสยผมขึ้น เผยทรงผมที่ถูกไถเด่นชัด แล้วริมฝีปากหยักนั่นก็ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กๆ มาให้ผม
 
 
“นายห้ามไม่ให้ฉันขึ้นมาบนดาดฟ้าอีกใช่ไหม”
 
“ถูกต้อง”
 
“ฉันขอปฏิเสธ”
 
“นี่นาย!!”
 
“ก็ฉันชอบมาที่นี่นี่นา เวลามีคนมาสั่งห้ามไม่ให้เราทำในสิ่งที่ชอบ ใครจะไปอยากทำตามกันล่ะ ใช่ไหม?”
 
“ชองยุนโฮ! นายย้อนฉันหรอ!!!”
 
“ถ้าไม่อยากให้ฉันอยู่ที่ดาดฟ้า ช่วงเที่ยงของทุกวัน นายก็มาลากฉันลงไปเองให้ได้ละกันนะ”
 
 
ผมมองหน้ากวนๆ นั่นตาเขียวปั๊ด เจ้าบ้านั่นหัวเราะใส่ผมเสียงดังลั่น ส่วนผมก็ได้แต่ขยี้ผมตัวเองด้วยความขัดใจ เจ้าหมอนี่มันย้อนคำพูดผมได้เจ็บแสบมาก มันเป็นเหตุผลที่ผมเถียงกลับไม่ได้ น่าหงุดหงิดที่สุด!
 
 
“มีใครเคยบอกไหมว่านายเป็นคนที่กวนประสาทมาก”
 
“ก็อาจจะมี แต่แล้วไงล่ะ ทำแบบนี้แล้วชีวิตฉันก็มีความสุขดี”
 
“เฮ้อ...”
 
“พรุ่งนี้เที่ยง อย่าลืมมาห้ามฉันละกัน คุณประธานนักเรียน”
 
 
แล้วยุนโฮก็ขยิบตาให้ผม
 
เหมือนระบบสั่งการในสมองผมรวนไปชั่วขณะ ผมได้แต่จ้องเจ้าหมอนั่นด้วยหัวสมองที่ว่างเปล่า เจ้าบ้านั่นผิวปากอย่างสบายใจ ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณนี้ ทิ้งไว้ให้ผมอยู่บนดาดฟ้าเพียงคนเดียวอีกครั้ง
 
ผมนึกทบทวนคำพูดของชองยุนโฮอีกครั้ง – เที่ยงวัน การสั่งห้าม และดาดฟ้า – คำสำคัญที่ลอยปนกันมั่วค่อยๆ เรียงร้อยกันเป็นลำดับเรื่องราว และเมื่อผมเข้าใจทุกอย่างชัดเจน ผมก็ได้แต่จิ๊ปากด้วยความรู้สึกขัดใจ ปนความรู้สึกอะไรสักอย่างที่ผมไม่อาจเข้าใจได้
 
พรุ่งนี้ผมจะต้องมาที่ดาดฟ้าอีกจริงๆ เหรอ? ให้ตายสิ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
TBC. or END?
 
 
 
--------------------