[Fic] S H A D I N G [YUNJAE][03]

posted on 29 May 2015 02:40 by daikun in Fic-SHADING directory Fiction, Asian
SHADING
Pairing: Yunho x Jaejoong | Genre: AU, POV, Romance, Smut, BDSM
Rating: NC-18 | Author: ~#DN_LoveR#~
 
ตัวละคร เหตุการณ์ และสถานที่ในเรื่อง เป็นเพียงเรื่องสมมติเท่านั้น
 
 
 
 
{01} {02}
 
 
 
 
หัวใจของมนุษย์จะเต้นได้เร็วมากที่สุดแค่ไหน
 
ผมถามคำถามนั้นกับตัวเอง ในขณะที่ทรุดตัวลงนั่งยองอยู่ในลิฟต์หรูที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างของบริษัท Jung Group มือทั้งสองทาบทับอยู่ตรงอกซ้าย แรงสะท้อนบนฝ่ามือที่ผมสัมผัสได้นั้นหนักหน่วงและถี่รัวเหลือเกิน พาลทำให้ใบหน้าผมร้อนผ่าวอย่างไม่อาจควบคุม ผมส่งเสียงครางเครือแผ่วเบา คล้ายว่ามีผีเสื้อนับพันบินวนอยู่ในช่องท้อง ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง 
 
 
 
“ไว้เจอกันใหม่นะครับ คุณแจจุง
 
 
 
คุณแจจุงงั้นเหรอ? โอ้ พระเจ้า คุณชอง คุณกำลังจะทำให้ผมเป็นบ้า
 
ภาพรอยยิ้มมุมปากบนใบหน้าเรียวเล็กกับเสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อผมฉายชัดอยู่ในหัวของผม มันถูกกรอซ้ำๆ ราวกับจะตอกย้ำให้ผมจดจำทุกความรู้สึกและบรรยากาศในช่วงเวลานั้นทั้งหมด – ใช่ แม้แต่ในตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกเหมือนคุณชองยืนอยู่ตรงหน้า เขาส่งยิ้มที่ผมอ่านความหมายไม่ออก แต่มีเสน่ห์ยิ่งกว่าใครที่ผมเคยพบเจอ เสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อผมนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจผมอย่างนุ่มนวลและเร่าร้อนอย่างประหลาด
 
ทำยังไงดี ขามันไม่มีแรงเลย
 
ผมเงยหน้าที่ตอนนี้คงเป็นสีแดงจัดขึ้นมองจอสี่เหลี่ยมที่แสดงหมายเลขชั้นในตอนนี้ อา นี่ผมมาถึงชั้น 6 แล้วงั้นเหรอ ผมได้แต่นึกขอบคุณที่ไม่มีใครมากดลิฟต์ในเวลานี้ ไม่อย่างนั้นผมคงต้องอับอายกับการที่มีคนมาเจอผมในสภาพนั่งยองอย่างหมดสภาพแบบนี้แน่ๆ แล้วยิ่งบริษัทนี้มีแต่พนักงานที่แต่งตัวดูดีมีภูมิฐานตั้งแต่หัวจรดเท้าเสียด้วย ถ้าเจอจริงๆ ผมคงอายมากจนไม่กล้ากลับมาเหยียบที่นี่อีกแน่ๆ
 
แต่ถ้าให้พูดตามตรง แค่ตอนนี้ผมก็ไม่นึกจะกลับมาเหยียบที่นี่อีกแล้วละนะ อันตรายต่อหัวใจชะมัด
 
และแล้วผมก็ลงมาถึงชั้น 1 ของบริษัท ผมนึกชื่นชมตัวเองที่มีแรงลุกขึ้นยืนอย่างคนปกติได้เสียที แม้ว่าขาทั้งสองข้างจะยังสั่นนิดๆ ก็ตาม ผมนำป้าย VISITOR ไปคืนให้กับพนักงานประชาสัมพันธ์คนเดิม กล่าวขอบคุณเล็กน้อย และเธอก็ตอบกลับผมด้วยการยิ้มให้เล็กๆ และบอกว่ายินดีที่ได้ช่วยเหลือผม
 
ผมพาตัวเองออกมาจากบริษัทสุดหรู เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ขาผมก็หยุดนิ่ง ผมหันกลับไปมองตึกสีดำวาวสูงสง่าที่ประดับด้วยตัวอักษรสีเงินขนาดใหญ่เขียนไว้ว่า Jung Group ผมมองภาพนั้นอยู่เพียงครู่ ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้พลันฉายชัดขึ้นในหัวผมอีกครั้ง – ร่างสูงสง่าในชุดสูทเรียบกริบ, ใบหน้าเรียวเล็ก, ดวงตาเม็ดแอลมอนด์, ความมั่นใจ, รอยยิ้ม, เสียงทุ้มต่ำ
 
 
 
“ไว้เจอกันใหม่นะครับ คุณแจจุง
 
 
 
ผมยกมือขึ้นกระชับสายเป้ ก่อนจะหันหลังให้กับตึกแสนหรูหรา และมุ่งหน้ากลับสู่คอนโด ไว้เจอกันใหม่งั้นเหรอ ไม่มีทางหรอกน่า
 
 
 
-----------------------------------------
 
 
 
ผมมาถึงคอนโดตอนบ่ายแก่ๆ ในมือมีถุงใส่จาจังมยอน คิมบับ และไก่ทอด ที่ผมแวะซื้อมาจากร้านอาหารในย่านนี้ หลังจากถอดรองเท้าไว้ที่หน้าห้อง ขาผมก็ก้าวยาวๆ ตรงมาที่ห้องครัว สองตามองดูถ้วยข้าวต้มและถ้วยซุปสาหร่ายที่ยังตั้งอยู่บนโต๊ะทานข้าวเหมือนก่อนที่ผมจะออกไปสัมภาษณ์งานสุดพิเศษ และภาพที่เห็นก็ทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้ มีข้าวต้มเหลือติดก้นถ้วยนิดหน่อย กับซุปสาหร่ายที่หายไปหมดเกลี้ยง และยาลดไข้ที่วางไว้ก็หายไปหมดแล้วด้วย กินได้ขนาดนี้ อาการน่าจะดีขึ้นแล้วละ
 
ผมวางถุงอาหารที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเก็บถ้วยชามที่ใช้แล้วไปวางทิ้งไว้ในอ่างล้างจานเสียก่อน จากนั้นผมก็เดินลากเท้าตรงไปที่ห้องนอน ลองใช้หลังมือเคาะกับประตูสองสามครั้ง จุนซูจะหลับอยู่รึเปล่านะ ผมคิดว่าเวลานี้เพื่อนรักของผมน่าจะยังนอนเปื่อยอยู่แน่ๆ แต่เหมือนว่าการคาดเดาของผมจะผิดพลาด เพราะจู่ๆ เสียงแหบๆ จากด้านในก็ดังโพล่งขึ้นมา แจจุง! แจจุงๆๆ! แจจุงงง!! และนั่นทำให้ผมสะดุ้งไปนิดหน่อย 
 
ผมเปิดประตูห้องนอน และสภาพคนในห้องที่ผมเดาไว้ตอนแรกก็ยังมีส่วนถูกอยู่บ้าง จุนซูนั่งจุมปุ๊กอยู่กลางเตียงของเขา และใช้ผ้านวมนิ่มๆ พันรอบตัวเสียจนกลมป๊อก ถึงใบหน้าจะยังดูซีดเพราะพิษไข้ แต่ดวงตาเล็กๆ นั่นส่องประกายวิบวับราวกับเด็กน้อยที่เห็นคุณแม่มารับตนเองกลับบ้านเพื่อพาไปทานอาหารอร่อยๆ เสียที 
 
 
 
“แจจุง! สัมภาษณ์เป็นยังไงบ้าง นายถามคำถามครบทุกข้อใช่ไหม คุณชองให้ความร่วมมือดีหรือเปล่า แล้ว—”
 
“ใจเย็นเพื่อนรัก ฉันว่าฉันคงตอบคำถามให้นายทีเดียวไม่ทันแน่ๆ” ผมยิ้มอย่างอ่อนใจ พลางเดินไปนั่งข้างคนป่วยที่ดูกระตือรือร้นเสียเหลือเกิน ดูสิ เอาแต่ห่วงงาน ไม่ยอมห่วงสุขภาพของตัวเองอีกเหมือนเคย
 
“โธ่ นายรู้ไหมว่าฉันแทบจะ – แค่ก! – แทบจะรอ – แฮ่ม – แทบจะรอให้นายกลับมาที่ห้องไม่ไหว เวลาวันนี้มันเดินช้าเสียจริง ให้ตายเถอะ” จุนซูบ่นกระปอดกระแปด ใบหน้ากลมยับยู่ ก่อนจะจาม ฮัดเช้ย! ปิดท้ายเสียตัวโยน ดูน่าหัวเราะและน่าเอ็น