ความหล่อเป็นบาป
Pairing: Yunho x Jaejoong | Genre: AU, Comedy
Rate: PG-15 (คำหยาบ) | Author: ~#DN_LoveR#~


 
 
 
: Previous :
 
{01} | {02} | {03}
 
 
 
 
ตอนที่ 4
 
 
 
 
โกโก้ปังเย็นเจ้าเดิมรสชาติห่วยอย่างไม่น่าให้อภัย
 
ผมควักเงินจ่ายค่าโกโก้ปังเย็นที่แพงกว่าเดิมถึงสองเท่าให้กับคุณป้าแสนใจดีที่ส่งยิ้มมาให้ ก่อนผมจะหันหลังกลับไป คุณป้าบอกผมว่า ขอบคุณมากนะจ๊ะหนูแจจุง วันนี้สั่งพิเศษเชียว ทานให้อร่อยนะจ๊ะ
 
ครับ...ป้าแสนดีเสมอครับ
 
แต่ขอโทษนะครับคุณป้า วันนี้โกโก้ปังเย็นของป้ามันไม่อร่อยเหมือนอย่างทุกวันจริงๆ
 
 
“นี่ใจคอจะไม่แบ่งให้พี่กินด้วยเลยรึไง?”
 
“งั้นคืนนี้ผมจะไปนอนห้องพี่ แล้วไปกระซิบเสียงต่ำๆ ข้างหูพี่ซ้ำๆ ว่า คิมแจจุงเป็นอะไร คิมแจจุงเป็นอะไร
 
“คิดว่ากลัว?”
 
“คิมแจจุงเป็นอะไร คิมแจจุงเป็นอะไร คิมแจจุงเป็นอะไร คิมแจจุงเป็นอะไร คิมแจจุง--”
 
“เด็กเวร มันหลอนนะเว้ย!”
 
“ตามนั้นแหละพี่ อาห์ โกโก้ปังเย็นพิเศษเพิ่มวิปครีมของอักษรนี่มันสวรรค์ชัดๆ นี่เห็นว่าเป็นพี่หรอกนะ ท่านชิมชางมินจะยอมแบ่งให้กินสักนิดโดยไม่คิดค่าตอบแทนก็ได้”
 
 
นั่นละครับ คงไม่ต้องให้ผมอธิบายเพิ่มเติมใช่ไหมว่าไอ้บ้าที่ไหนที่ทำให้โกโก้ปังเย็นของโปรดผมรสชาติกร่อยลงได้ขนาดนี้ โถ คนเรามันก็กล้าพูดเนอะ ไม่คิดค่าตอบแทนอะไรของมึงห๊ะ ชิมชางมิน คนจ่ายตังคือพี่มึงนะเว้ย! ไอ้เด็กกวนตีน!
 
 
“พูดอย่างกับตัวเองเป็นคนซื้อกินเอง” ผมเบะปากใส่เด็กโข่งที่ตักวิปครีมคำโตเข้าปากด้วยดวงตาเป็นประกาย
 
“ก็ดีกว่าโดนผมคาดคั้นคำตอบตอนนี้มั้ยล่ะ?” สัส แทงใจดำกูมาก
 
“ฮึ!”
 
“โอ๋ๆ ไม่งอแงนะครับแจจุง กินวิปครีมแก้เซ็งหน่อยเร็วคนเก่ง อ้าปากกว้างๆ ครับ อ้าม~”
 
 
ชางมินตักวิปครีมคำโตมาจ่ออยู่ตรงปากผม พร้อมกับอ้าปากกว้างๆ พูดว่า อ้ำเร็ว อ้ำ อ้ำ ด้วยสีหน้าเอ็นดูสุดฤทธิ์ เดี๋ยวนะ ไอ้ชางมิน นี่มึงเห็นกูอายุเท่าไหร่วะห๊ะ มาอ้งมาอ้ำอะไร เดี๋ยวตีปากแตก
 
แต่ทำไมกูถึงกลั้นขำไว้ไม่ได้ล่ะ แถมอ้าปากกว้างๆ ตามที่ไอ้เด็กบ้านี่สั่งอีกต่างหาก
 
เจ้าชางมินยิ้มจนตาหยี ก่อนจะป้อนวิปครีมคำโตใส่ปากผม พอมันเห็นผมเคี้ยวหงุบหงับ ไอ้เจ้าเด็กโข่งก็ทำเป็นร้องอู้หูอ้าหา ปรบมือชื่นชมแบบเวอร์เกินจริงจนน่าตบ
 
 
“โอ้โห เก่งจังเลยครับน้องแจจุง กินคำเดียวหมดเลย ทำไมเก่งขนาดนี้น้า พี่ชางมินปรบมือแปะๆ ให้เลย” แล้วมันก็ปรบมือแปะๆ สามครั้งประกอบให้ดูด้วย
 
“ปัญญาอ่อนไปละ แล้วใครคือน้องแจจุงห๊ะ! ไอ้น้องบ้า!”
 
“ฮิ____ฮิ”
 
 
ผมเอื้อมมือไปยันหน้าแป้นแล้นนั่นเบาๆ ข้อหาที่ยิ้มตอแหลจนผมหมั่นไส้ เจ้าชางมินหัวเราะเอิ๊กอ๊ากหนักกว่าเดิมด้วยความสะใจ แต่ผมก็ทำอะไรมันไปมากกว่านั้นไม่ได้ ต้องยอมรับว่านับวันสกิลการกวนตีนของไอ้เด็กนี่มันยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนผมต้องยอมแพ้ ไอ้พวกมีเซลล์สมองระดับสูง หึ!
 
ผมนั่งมองเจ้าน้องตัวดีที่ซัดโกโก้ปังเย็นต่อด้วยหน้าพริ้มใจ พลางชะโงกหน้าไปดูตรงประตูโรงอาหารคณะเป็นระยะ เผื่อยัยจีฮโยและยัยฮยอนอาจะเดินมา แต่ผมก็พอจะเดาได้ว่ายัยสองคนนั้นมันไม่มาหาผมในเร็วๆ นี้หรอก – ก็แหม อุตส่าห์ได้เดินไปถึงถิ่นของชายในฝันแล้ว พวกมันคงอยากรีบกลับมาคณะหรอกนะ
 
 
“ว่าแต่พี่ไม่รีบไปเรียนหรอ อีกห้านาทีจะบ่ายแล้วนะพี่” ชางมินถาม ก่อนจะตักขนมปังชิ้นสุดท้ายเข้าปาก บางทีมึงก็แดกเร็วไปนะ นั่นเคี้ยวหรือสูดลงกระเพาะวะ
 
“ยัยสองคนนั้นยังไม่กลับมาเลย”
 
“เออเนอะ พวกพี่เขาไปดูพี่ยุนโฮกันใช่ปะ”
 
“นายรู้?”
 
“โธ่ รุ่นพี่คณะผมดังขนาดนั้น ใครไม่รู้จักก็เชยไปละ” ทำไมรู้สึกเหมือนโดนด่าวะ
 
“ก็นั่นแหละ รอให้ยัยพวกนั้นมาก่อนแล้วพี่ค่อยขึ้นไปเรียน”
 
“เอางั้นหรอ งั้นผมนั่งเป็นเพื่อนพี่ก่อนละกัน”
 
“ทำตัวเป็นเด็กน่ารักก็เป็นนี่เรา”
 
“ชิมชางมินเป็นเด็กดีเสมอแหละครับ” พูดจบ เจ้าเด็กโข่งก็ทำเป็นยิ้มใสซื่อมาให้จนผมต้องเบ้ปาก โถ ตอแหลกันเห็นๆ
 
 
หลังจากนั้นผมกับชางมินก็นั่งคุยเล่นกันไปเรื่อย (และผมก็ถูกไอ้เด็กเวรนี่กวนตีนไปเรื่อยเช่นกัน) คนในโรงอาหารอักษรก็เริ่มเยอะขึ้น มันออกจะแปลกไปหน่อยตรงที่วันนี้คนดันเยอะตอนเวลาเกือบบ่าย ผมเดาว่าอาจารย์คงพร้อมใจกันเลิกคลาสช้าแน่ๆ ดูจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมา สาวๆ บางคนนี่ถือข้าวด้วยตาเป็นประกายมาก สงสัยหิวจัด ค่อยๆ กินนะครับ คิมแจจุงเป็นห่วง จุ๊บ~
 
แล้วมึงจะหม้อสาวในใจทำไมวะคิมแจจุง
 
คุยไปสักพัก ผมรู้สึกเหมือนเห็นคนมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังชางมิน ก็เลยเงยหน้าขึ้นไป ปรากฏว่าเป็นยัยเพื่อนบ้าผู้ชายทั้งสองของผมเอง หึ กว่าจะกลับมาได้นะ ดูท่าจะอิ่มอกอิ่มใจอิ่มทิพย์ไม่น้อย ขนาดตอนนี้จีฮโยกับฮยอนอายังมองเหม่อๆ ลอยๆ ไปด้านหลังผมไม่เลิกเลย ท่าจะเป็นเอามาก
 
 
“ชางมิน เพื่อนพี่มาแล้ว” ผมยื่นหน้ายื่นปากให้ชางมินมองไปด้านหลัง เจ้าเด็กโข่งเอี้ยวตัวไปมองแวบเดียวก็หันกลับมามองผมต่อ
 
“ก็ดีแล้วพี่ แต่ผมว่าตอนนี้เพื่อนพี่น่าจะยังไม่อยากขึ้นไปเรียนหรอก”
 
“ถึงยัยพวกนี้จะยังเพ้อไม่หายก็ต้องขึ้นเรียนอยู่ดีแหละน่า”
 
“พี่เชื่อมั้ยว่าวันนี้พี่จะต้องเข้าเรียนสายมากแน่ๆ” ชางมินพูดเสียงเรียบๆ แต่สายตากลับมองเลยผมไปซะอย่างนั้น
 
อะไรวะ ทำไมมีแต่คนมองข้ามกูเนี่ย ข้างหลังกูมีอะไรน่ามองนักรึไง? มีอะไรที่น่าดูกว่าหน้าหล่อๆ ของคิมแจจุงอีกรึไง?!
 
“จริงๆ แค่ตอนนี้พี่ก็ใกล้จะเข้าเรียนสายอยู่แล้—”
 
“อ้าว นาย ชิมชางมินใช่มั้ย?”
 
 
ใครวะ?
 
เสียงทุ้มๆ ของใครสักคนดังข้ามหัวผมไป ผมเห็นเจ้าชางมินมองคนข้างหลังผมด้วยสีหน้าหยิ่งๆ (จริงๆ คือหน้าปกติของไอ้เด็กเวรนี่นั่นแหละ) ก่อนจะยักคิ้วส่งไปให้ ยิ่งเห็นแบบนั้นผมเลยต้องหันหลังกลับไปมอง ดูจากท่าทางการทักทายของน้องผมแล้ว สงสัยเพื่อนในคณะมันมาทักละมั้ง ขอคิมแจจุงดูหน้าหน่อยดิ๊
 
และพอผมหันไปเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ปากผมที่ปิดอยู่ตอนแรกก็ค่อยๆ เปิดออกและค้างอยู่แบบนั้น
 
 
“ใช่แล้วครับ พี่ยุนโฮ”
 
 
ไอ้ฉิบหาย ไอ้หล่อบาป มึงมาที่นี่ทำไมวะ?!
 
แล้ว แล้ว แล้วทำไม...
 
 
“มาทำอะไรแถวนี้คนเดียวน่ะ จะมาเหล่สาวรึไง? ร้ายไม่เบานะเราน่ะ” คนข้างหลังผมยังชวนน้องผมคุยแบบไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลยสักนิด
 
“แล้วพี่มาที่นี่ทำไมล่ะครับ?” ชางมินถามยิ้มๆ แต่ผมนี่เสียวสันหลังแทนมันมาก ผมว่าสักวันมันต้องโดนรุ่นพี่ยำตีนแน่ๆ กวนตีนไม่เลือกหน้าเลยนะมึง
 
“กวนตีนสมคำร่ำลือเลยเว้ย ฮะๆๆ!” ยุนโฮหัวเราะเสียงดัง ผมไม่ได้หันไปมองหรอกนะ แต่แค่ผมเห็นยัยฮยอนอากับยัยจีฮโยจับมือกันแน่นเหมือนกำลังรอผลการประกวดมิสโคเรีย ผมกล้าพนันเลยว่าไอ้หล่อคงใช้เสียงหัวเราะของมันฆ่าชะนีแถวนี้ตายเป็นสิบ
 
เอ๊ะ แล้วทำไมกูต้องใจเต้นแรงด้วยวะ? สงสัยคนเยอะแล้วอากาศจะร้อนไปหน่อยละมั้ง
 
 
“พี่ยุนโฮยังไม่ตอบคำถามผมเลยนะ” ชางมินพูดต่อ ก่อนจะหันมาบอกผมว่า หิวน้ำอะ ขอน้ำกินหน่อย ผมที่ตอนนี้กำลังมึนๆ ก็ได้แต่หยิบกระติกน้ำในกระเป๋าส่งให้เด็กโข่งมันไป
 
“นายรู้จักแจจุงด้วยหรอ ชางมิน?”
 
 
งานนี้มึงตายแน่ คิมแจจุง…
 
ย้ำอีกครั้ง
 
งานนี้มึงตายแน่ คิมแจจุง
 
ผมรู้สึกเหมือนลืมวิธีหายใจไปวูบหนึ่ง พอได้ยินคนข้างหลังเรียกชื่อผมดังๆ ชัดๆ ใจผมงี้ร่วงไปอยู่ตาตุ่ม ไม่สิ ร่วงลงไปกระแทกพื้นเลยน่าจะให้ฟีลลิ่งที่ตรงกว่า มันรู้สึกถึงความวุ่นวายที่จะไหลเข้ามาทำร้ายผมอย่างกับคลื่นสึนามิแบบนั้นเลย
 
ไอ้สัส ชีวิตอันแสนสงบของกูต้องสูญสิ้นแน่ๆ ยืนยันได้จากสีหน้าของยัยเพื่อนตัวดีทั้งสองที่มองหน้าผมอย่างกับเห็นผี แถมแฟนคลับไอ้หล่อที่อยู่แถวๆ นี้ก็ทำหน้าเหมือนเพื่อนผมเด๊ะ 
 
ขอร้องไห้แป๊บนี่ทันมั้ย
 
ชางมินมองหน้าผมสลับกับยุนโฮ ผมได้แต่นั่งก้มหน้าตัวแข็ง พยายามจะส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้ไอ้เด็กโข่ง แต่ดูเหมือนมันจะเอาแต่มองหน้ารุ่นพี่คณะมันซะอย่างนั้น ปัดโธ่
 
 
“พี่รู้จักพี่แจจุงด้วยหรอ?”
 
 
ผมหลับตาแน่น สูดหายใจเข้าลึกๆ ครั้งหนึ่ง ใจเย็นไว้ คิมแจจุง ก็แค่ไอ้หล่อบาป จะไปกลัวอะไรวะ จริงๆ รู้จักยุนโฮไว้ก็ดี จะได้ขอให้ยุนโฮพาไปหม้อสาวหน่อย ไปกับหมอนี่รับรองว่าต้องมีแต่คนเข้าหาเยอะแน่ๆ
 
แต่จริงๆ ถึงผมไปหม้อสาวเองคนเดียว ก็คงมีสาวๆ เข้ามาขอเบอร์จนเหนื่อยอยู่แล้วละนะ (ขอซาวนด์หัวเราะแบบสะใจดังๆ ประกอบด้วย)
 
พอคิดได้แบบนั้นผมก็แอบยิ้มมุมปากและหัวเราะหึๆ อยู่ในใจ ก่อนจะลืมตาขึ้น แล้วเงยหน้า
 
และเจอกับหน้าเล็กๆ หล่อๆ ที่กำลังชะโงกหน้ามาสบตาผมในระยะไม่เกินสองคืบ 
 
ขอย้ำอีกครั้ง
 
ไม่ – เกิน – สอง – คืบ
 
 
“สวัสดีแจจุง เจอกันอีกแล้วนะ” พูดจบ ยุนโฮก็ส่งยิ้มหล่อๆ มาให้
 
 
จริงๆ ยุนโฮก็ไม่ได้ยิ้มหล่ออะไรมากหรอกนะ ก็แค่ชะนีแถวๆ นี้ครางฮือจนดังทั่วโรงอาหารแค่นั้นเอง คนแมนๆ อย่างผมน่ะอย่างมากก็แค่หมั่นไส้ในหนังหน้าไอ้หล่อบาปก็แค่นั้นแหละ
 
ก็แค่นั้นเอง
 
ก็แค่...
 
แค่...
 
 
 
จบ...จบกัน
 
ตอนนี้ใจกูพังหมดแล้วเนี่ย ไอ้เชี่ยยยยย!
 
 
 
-------------------------------------------------------
 
 
 
เสียงอาจารย์ดังไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมที่มีพื้นที่พอใ